Get Adobe Flash player

แบบฟอร์มและเอกสาร

เว็บสำนักพุทธจังหวัด

Untitled Document
Home

วัดพระงาม


วัดพระงาม  ตั้งอยู่เลขที่ 45 ถนนหน้าโรงไฟฟ้า ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม  จังหวัดนครปฐม

เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ ตั้งอยู่เลขที่ 45 ถนนหน้าโรงไฟฟ้า ตำบลพระปฐมเจดีย์ อำเภอเมืองนครปฐม จังหวัดนครปฐม
สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ที่ดินที่ตั้งวัดมีเนื้อที่ 44 ไร่ 48 ตารางวา  สถานที่ตั้งของวัดอยู่ห่างจากองค์พระปฐมเจดีย์ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ
ประมาณ 500 เมตร ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมา เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2505 ได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระอารามหลวงเมื่อปี พ.ศ. 2539 
ประวัติความเป็นมา
             เดิมวัดพระงามเป็นวัดราษฎร๋์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดพระงามเป็นพระอารามหลวง
เมื่อวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2539 ภายในวัดมีซากเจดีย์ขนาดใหญ่ที่คาดว่าเป็นเจดีย์ที่สร้างสมัยทวาราวดีในศตวรรษที่ 11 หรือ 12
ถึงศตวรรษที่ 16 เช่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์  พระปรางค์วัดพระประโทณเจดีย์วรวิหาร และที่วัดทุ่งพระเมรุที่บริเวณสวนอนันต์
เมื่อครั้งที่สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราชเจ้าเสด็จเยี่ยมวัดต่าง ๆ ได้ทรงปรารภว่าวัดพระงามน่าจะ
สร้างขึ้นในสมัยเดียวกับเมืองนครปฐมเป็นราชธานี ชื่อ ทวารวดี เพราะมีโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณนี้ล้วนแต่เป็นของเก่าสมัยทวารวดีทั้งสิ้น
เช่นเดียวกับที่ขุดได้บริเวณองค์พระปฐมเจดีย์ มีพระพุทธรูปสัมฤทธิ์ พระพิมพ์ดินเผา เฉพาะที่ขุดได้ในบริเวณนี้จัดว่างดงามมาก ยากที่จะหาที่อื่น
เสมอเหมือน ปัจจุบันได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ บางส่วนที่แตกหักได้เก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์องค์พระปฐมเจดีย์
              วัดพระงามได้รกร้างไปตามสภาพของบ้านเมืองและเจริญรุ่งเรืองเมื่อมีการสร้างเมืองใหม่ ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลที่ 4 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นครองราชย์แล้วได้สั่งให้ช่างมาทำการบูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์ เนื่องจากเมื่อครั้งที่พระองค์ท่าน
ยังทรงผนวชอยู่ได้เสด็จธุดงค์มานมัสการและปักกลดด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือขององค์พระปฐมเจดีย์ ทรงทอดพระเนตรเห็นแสงสว่างเป็นนิมิตรมหัศจรรย์
ที่องค์พระปฐมเจดีย์องค์เดิม ทรงมั่นพระทัยว่าเจดีย์องค์นี้เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ จึงให้ทรงปรับปรุงองค์พระปฐมเจดีย์เป็นรมณียสถานดังที่ปรากฎมาจนทุกวันนี้
               หลังจากที่บูรณปฏิสังขรณ์องค์พระปฐมเจดีย์มาเป็นเวลา 52 ปี มีพระภิกษุ 2 รูป จากวัดพระปฐมเจดีย์ คือ พระวินัยธรจุ้ย และพระอาจารย์ฮะ
ได้มาจำพรรษาที่วัดพระงามซึ่งขณะนั้นเป็นวัดร้าง  จึงได้แผ้วถางที่รกร้างว่างเปล่าพบกุฏิโบราณ 1 หลัง วิหารบนเนินดิน มีพระพุทธรูปเก่าและซากเจดีย์ใหญ่หักอยู่
1 องค์ สำหรับเนินดินสันนิษฐานว่าเป็นซากเจดีย์พังทลายลงตามกาลเวลา ส่วนวิหารบนเนินดินนั้นกรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและสันนิษฐานว่าเป็นวิหารที่สร้างขึ้น
ในสมัยอยุธยา  เพราะลักษณะการก่อสร้างในสมัยนั้นฐานของวิหารจะคล้ายรูปเรือสำเภา จากคำบอกเล่าของหลวงปู่แช่ม ชมมณี ได้เล่าให้เจ้าอาวาสรูปที่ 7
ซึ่งขณะนั้นเป็นฆราวาสชื่อทองคำ ชมเชย ฟังถึงบริเวณเนินเจดีย์เป็นป่าไผ่ทึบ  ด้านทิศตะวันตกเป็นสถานที่ฝังศพของชาวบ้านและแต่ก่อนเคยเป็นแดนประหาร
นักโทษชื่อนายแดง  ใกล้ต้นมะขามใหญ่ปัจจุบันต้นมะขามต้นนี้ก็ยังปรากฎอยู่
               พระอาจารย์ฮะ และพระวินัยธรจุ้ย ได้จำพรรษาอยู่ที่วัดพระงาม ตั้งแต่ปี พ.ศ.2446  ตลอดระยะเวลาที่พระอาจารย์ฮะได้จำพรรษา
ได้เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 ท่านได้ทำการพัฒนาวัดที่เคยรกร้างให้เตียน สะอาด เรียบร้อย สร้างกุฏิหลังเล็ก ๆ หลังคามุงด้วยแฝกประมาณ 3 - 4 หลัง
ในครั้งนั้นมีพระจำพรรษา 4-5 รูป ต่อมาพวกชาวบ้านได้มีจิตศรัทธาจึงให้การสนับสนุนในการสร้างกุฏิที่มั่นคงรวมทั้งได้ร่วมแรงร่วมใจช่วยกันสร้าง
อุโบสถโดยมีพระอาจารย์ฮะเป็นผู้ริเริ่ม อุโบสถนั้นมีขนาดความยาว 9 วา กว้าง 6 วา ทำการผูกพัทธสีมาเมื่อปี พ.ศ. 2450 ตรงกับ ร.ศ.125
ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมาว่า "วัดโสภาพุทธาราม" แต่ไม่มีผู้นิยมเรียกกันจนจำชื่อวัดกันแทบไม่ได้ ครั้งเมื่อสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ทรง
สำรวจวัด และทรงเรียกว่า "วัดพระงาม" ซึ่งน่าจะมาจากสาเหตุที่ค้นพบเครื่องดินเผาที่เป็นเศียรพระพุทธรูปที่งดงามได้ที่วัด จึงเป็นชื่อที่เรียกกันมาจนทุกวันนี้
               หลังจากพระอาจารย์ฮะ ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 2 มรณภาพลง จึงไปนิมนต์พระปลัดมณีซึ่งขณะนั้นจำพรรษาอยู่ที่วัดห้วยจระเข้ได้ 5 พรรษา
มาเป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 3 เนื่องจากพระปลัดมณี และบรรพบุรุษเป็นคนวัดพระงาม ตลอดระยะเวลาที่พระปลัดมณีดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสท่านเป็นพระนักเทศน์
ท่านมีพรสวรรค์ในการเทศน์มหาชาติได้ไพเราะทั้งลีลาและทำนอง ถึงกับสมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพรับสั่งให้เทศน์ให้ฟังที่ตำหนักเมืองนครปฐม
(ปัจจุบันเป็นสำนักงานเทศบาลเมืองนครปฐม) นอกจากนี้ท่านยังเป็นพระนักพัฒนา ริเริ่มก่อสร้างกุฏิที่ถาวรมั่นคง สร้างศาลาการเปรียญ(ปัจจุบันได้รื้อและ
ทำการสร้างหลังใหม่ขึ้นแทน) สร้างหอระฆัง(ปัจจุบันได้ทำการบูรณะและอนุรักษ์ไว้) และได้ให้ความสำคัญของการศึกษา โดยตั้งโรงเรียนสอนนักธรรมขึ้น
ภายในวัด เป็นพระนักปกครองที่พระและเณรลูกวัดให้ความเคารพยำเกรงตลอดจนปกครองคณะสงฆ์และวัดต่างๆ ในตำแหน่งเจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์จนกระทั่ง
ท่านได้ลาสิกขา
                หลังจากที่พระปลัดมณีได้ลาสิกขา  พระอาจารย์เจียร บุญรักษ์ ซึ่งเป็นศิษย์ของพระปลัดมณีมารับตำแหน่งเจ้าอาวาสได้ 3 ปี โดยมิได้
สร้างสิ่งใดเพิ่มเติมนอกจากทำการบูรณปฏิสังขรณ์เสนาสนะที่ทรุดโทรมให้คงสภาพเจ้าอาวาสรูปต่อมาก็ดำรงตำแหน่งอยู่ในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ
จนกระทั่งเจ้าอธิการทองคำ ธมฺมทีโป(ทองคำ ชมเชย) นักธรรมเอก เป็นเจ้าคณะตำบลพระปฐมเจดีย์ เป็นพระธรรมรุ่นแรกได้เป็นเจ้าอาวาสรูปที่ 7
ได้มีการปรับปรุงกุฏิขึ้นมาใหม่ เทคอนกรีตภายในวัด ริเริ่มตั้งโรงเรียนสอนบาลีขึ้นในวัดพระงาม โดยได้รับการสนับสนุนจากพระครูปลัดสุวัฒนสุตคุณ
(พระธรรมราชานุวัตร อดีตเจ้าคณะภาค 3 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ ซึ่งปัจจุบันได้มรณภาพแล้ว) เป็นกำลังสำคัญในการจัดตั้งและยุบลงเมื่อมีการ
ตั้งโรงเรียนสหศึกษาบาลีที่องค์พระปฐมเจดีย์ แต่มีการก่อตั้งโรงเรียนประชาบาลขึ้นแทนปัจจุบันคือโรงเรียนเทศบาล 1 วัดพระงาม โดยอาศัยเรียนที่ศาลา
การเปรียญชั้นล่าง เมื่อเจ้าอธิการทองคำลาสิกขาได้มีเจ้าอธิการพ่วง เจ้าคณะตำบลมารักษาการเจ้าอาวาสอยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งพระอธิการจิตร จตฺตมโล
มาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปที่ 9
                เมื่อพระอธิการจิตร จตฺตมโล มารับตำแหน่งเจ้าอาวาสท่านได้ริเริ่มสร้างอุโบสถหลังใหม่เนื่องจากหลังเก่าชำรุดและคับแคบ ได้เริ่มก่อสร้างต้ังแต่ปี
พ.ศ.2505 โดยมีหลวงพ่อเงินวัดดอนยายหอมเป็นประธานในการจัดสร้าง ได้รับพระราชทานวิสุงคามสีมามีขนาดกว้าง 40 เมตร ยาว 80 เมตร เมื่อวันที่
31 มกราคม พ.ศ.2505 และทำการผูกพัทธสีมาเมื่อ พ.ศ.2506 นอกจากนี้ทางวัดยังได้ขยายเมรุที่คับแคบออกไปอีกโดยได้รับจิตศรัทธาจาก
นายประวัติ ศรีบัวทอง เป็นเจ้าภาพในการต่อเติม พระอธิการจิตรได้ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสเมื่อปี พ.ศ.2512 เนื่องจากสุขภาพไม่ค่อยดีและมรณภาพ
ลงในปี พ.ศ.2528
                ในปี พ.ศ.2512-2527 พระราชปัญญาภรณ์ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 14 วัดไร่ขิง ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมในขณะนั้น
ได้มารักษาการเจ้าอาวาสวัดพระงามเป็นผู้บุกเบิกวัดพระงามให้เจริญรุ่งเรืองตราบจนทุกวันนี้ ทั้งนี้เนื่องจากท่านพิจารณาเห็นว่าวัดพระงามตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะสม
คืออยู่ในย่านชุมชน มีการคมนาคมสะดวกทั้งทางรถไฟและทางรถยนต์ จึงได้ปรึกษากับคณะกรรมการวัดเห็นสมควรสร้างศาลาการเปรียญขึ้นใหม่ให้
กว้างขวางและทันสมัยโดยสร้างอาคารเป็น 2ชั้น สร้างโรงเรียนสอนพระปริยัติธรรม สร้างซุ้มประตูหน้าวัดด้านถนนพระยาพานเมื่อ พ.ศ.2514
โดยได้รับการบริจาคจากนายประวัติ ศรีบัวทอง  สร้างกุฏิเรือนไทย 2 ชั้น จำนวน 12 หลัง  รื้อโรงครัวหลังเก่าเพื่อสร้างเป็นศาลาบำเพ็ญกุศลและคลังเก็บพัสดุ 
ปรับปรุงสถานที่ภายในวัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย ให้การสนับสนุนการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรทั้งแผนกธรรมและบาลี
                ในปี พ.ศ.2527 พระมหาโสภา เขมสรโณ ได้รับตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดพระงาม ได้ดำเนินการก่อสร้างศาลาบำเพ็ญที่พระราชปัญญาภรณ์
ได้ดำริห์ไว้จนเสร็จเรียบร้อย สร้างประตูทางด้านทิศเหนือ โดยได้รับบริจาคจากกำนันพัน คำสุวรรณ และครอบครัว ทำการบูรณะปฏิสังขรณ์ทาสีอุโบสถ
มุงกระเบื้องหลังคาศาลาการเปรียญใหม่ สร้างหอระฆัง โดยได้รับการบริจาคจากคุณอนงค์ ศรีสุขุมบวรชัย และครอบครัวพร้อมทั้งได้รับบริจาคจากประชาชน
สร้างกุฏิเพิ่มเติม ปรับปรุงผิดดินหลังเมรุทำสวนหย่อม บูรณะวิหารมณฑปบนเนินดินร่วมกับกรมศิลปากร  จัดสร้างกำแพงวัดด้านทิศเหนือขนานที่ดินของการรถไฟ
แห่งประเทศไทย ปรับปรุงสุสานเพื่อดำเนินการก่อสร้างเมรุเผาศพระบบเตาไฟ้าที่เป็นแบบไร้กลิ่น ไร้ควัน ปัจจุบันการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ส่งเสริมด้านการศึกษา
ของพระภิกษุสามเณร  โดยให้ทุนการศึกษาแก่พระภิกษุและสามเณรที่เรียนดี และจัดตั้งกองทุนระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอุดมศึกษา 
โดยมอบทุนการศึกษาให้เป็นประจำทุกปี
                ต่อมาเมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ยกวัดพระงามเป็นพระอารามหลวง เมื่อปี พ.ศ.2539 ทางเจ้าคณะจังหวัด
นครปฐมได้แต่งตั้งพระครููสุกิตติวราภรณ์ รักษาการเจ้าอาวาสวัดพระงาม พระมหาโสภา เขมสรโณ เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระงามพระอารามหลวง และได้รับ
มอบหมายจากเจ้าคณะจังหวัดนครปฐมให้เป็นผู้ทำการแทนเจ้าอาวาส ปกครองดูแลพระภิกษุสามเณรภายในวัดพระงามพระอารามหลวง ต่อมาในปี พ.ศ.2540
พระมหาโสภา เขมสรโณ ได้รับพระบัญชาแต่งตั้งเป็นเจ้าอาวาสพระอารามหลวง วัดพระงาม พ.ศ.2547 ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะ
ชั้นราชที่พระราชปริยัติโมลี (มรณภาพเมื่อ 5 พฤศจิกายน พ.ศ.2551) 
                ปัจจุบัน  พระมหาสมบูรณ์ ทสฺสธมฺโม  เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดพระงาม พระอารามหลวง